นโยบายความเป็นส่วนตัว
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สมัครสมาชิกและผู้ใช้บริการ EXAT
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กทพ.”) ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครสมาชิก และผู้ใช้บริการ และดำเนินการ เกี่ยวกับข้อมูล ส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แนวปฏิบัติ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กทพ. และกฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนสมาชิก การพิสูจน์และยืนยันตัวตน การบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้ EXAT และการใช้บริการต่าง ๆ ของ กทพ.
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ กทพ. อาจเก็บรวบรวม
กทพ. จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการให้บริการ โดยข้อมูลที่เก็บรวบรวมอาจแตกต่างกันตามประเภทบริการที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้ ดังต่อไปนี้
1.1 ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลข ทะเบียนนิติบุคคล และข้อมูลหรือเอกสารอื่นที่จำเป็นต่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน
1.2 ข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และช่องทางการติดต่ออื่น ที่ผู้ใช้บริการแจ้งต่อ กทพ.
1.3 ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และการพิสูจน์ยืนยันตัวตน เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ EXAT ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ ข้อมูลเกี่ยวกับ การพิสูจน์และยืนยันตัวตน ตลอดจนข้อมูลที่ได้รับจากระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่ กทพ. กำหนดหรือรองรับ
1.4 ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับ Easy Pass ข้อมูลรถหรือยานพาหนะ ข้อมูลการใช้ทางพิเศษ ข้อมูลธุรกรรมและการชำระเงิน ข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ประวัติการขอรับบริการ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง กับบริการของ กทพ. ที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้
1.5 ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการใช้งานระบบ เช่น หมายเลข IP Address ข้อมูลอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เว็บเบราว์เซอร์ วันและเวลาในการใช้งาน และบันทึกการใช้งานระบบ (Log) เท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ การตรวจสอบ และการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
1.6 ข้อมูลอื่นตามประเภทของบริการ กทพ. อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทอื่น ตามความจำเป็นของบริการ โดยจะดำเนินการและแจ้งรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด
2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
กทพ. อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งดังต่อไปนี้
2.1 ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการให้แก่ กทพ. โดยตรง เช่น ข้อมูลจากการลงทะเบียน การกรอกแบบฟอร์ม การติดต่อ หรือการทำธุรกรรม
2.2 ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการหรือระบบของ กทพ.
2.3 ข้อมูลจากระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือระบบของหน่วยงานอื่นที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้และอนุญาต ให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลตามกระบวนการที่กำหนด
2.4 ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน หรือแหล่งข้อมูลอื่นที่ กทพ. มีอำนาจหรือสิทธิในการ ได้รับข้อมูลตามกฎหมาย
2.5 ข้อมูลที่ระบบเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติจากการเข้าใช้เว็บไซต์หรือบริการดิจิทัลตามความจำเป็น และตามกฎหมาย
3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
กทพ. อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
3.1 เพื่อรับสมัครสมาชิก สร้าง ตรวจสอบ และบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้ EXAT
3.2 เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน ตรวจสอบคุณสมบัติ และป้องกันการแอบอ้างตัวตน หรือการใช้บริการ โดยมิชอบ
3.3 เพื่อเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้กับบริการของ กทพ. ที่ผู้ใช้บริการมีสิทธิหรือประสงค์จะใช้บริการ
3.4 เพื่อให้บริการ Easy Pass บริการเกี่ยวกับทางพิเศษ และบริการอื่นของ กทพ.
3.5 เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับคำขอ ธุรกรรม การชำระเงิน เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการที่ผู้ใช้บริการ ร้องขอ
3.6 เพื่อบริหารจัดการ ตรวจสอบ บันทึก และติดตามการให้บริการหรือธุรกรรม
3.7 เพื่อแจ้งข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับบัญชี ธุรกรรม การเปลี่ยนแปลงบริการ หรือเหตุด้าน ความมั่นคงปลอดภัย
3.8 เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบัญชี ระบบ และข้อมูล รวมถึงป้องกัน ตรวจสอบ หรือดำเนินการ เกี่ยวกับการทุจริต การแอบอ้างตัวตน การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์
3.9 เพื่อวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความมั่นคงปลอดภัย และประสบการณ์ ในการใช้บริการ โดยดำเนินการภายในขอบเขตและฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.10 เพื่อจัดทำข้อมูล รายงาน หรือสถิติสำหรับการบริหารจัดการและพัฒนาการให้บริการของ กทพ. ตามความจำเป็น
3.11 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่มีอำนาจ
3.12 เพื่อก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมายของ กทพ. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
4. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
กทพ. จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานกฎหมายที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และลักษณะ ของการดำเนินงาน ซึ่งอาจประกอบด้วย
4.1 ความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนเข้าทำสัญญา
4.2 ความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจรัฐ ที่ได้ มอบให้แก่ กทพ.
4.3 ความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ กทพ. อยู่ภายใต้บังคับ
4.4 ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ กทพ. หรือบุคคลอื่น โดยพิจารณาไม่ให้กระทบ ต่อสิทธิ และเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเกินสมควร
4.5 ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะในกรณีที่กิจกรรมการประมวลผลนั้นจำเป็นต้อง อาศัยความยินยอมตามกฎหมาย กรณีที่จำเป็นต้องอาศัยความยินยอม กทพ. จะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการแยกต่างหาก จากการรับทราบประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
5. ความจำเป็นในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลและผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูล
ข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทมีความจำเป็นสำหรับการลงทะเบียนสมาชิก การพิสูจน์และยืนยันตัวตน การดำเนินธุรกรรม หรือการให้บริการตามที่ผู้ใช้บริการร้องขอ
หากผู้ใช้บริการไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นดังกล่าว กทพ. อาจไม่สามารถดำเนินการลงทะเบียน พิสูจน์และยืนยันตัวตน เชื่อมโยงบัญชี หรือให้บริการบางประเภทแก่ผู้ใช้บริการได้
สำหรับข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อการให้บริการหลัก กทพ. จะดำเนินการตามวัตถุประสงค์และฐานกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
กทพ. อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและภายใต้วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคคล หรือหน่วยงาน เช่น
6.1 ส่วนงานภายใน กทพ. ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหรือการให้บริการ
6.2 หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
6.3 ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบ EXAT
6.4 ผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน
6.5 ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินหรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
6.6 ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา คู่สัญญา หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินงานให้แก่ กทพ.
6.7 บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่มีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลตามวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กทพ. จะดำเนินการให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเปิดเผยหรือส่งต่อ
7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
ในกรณีที่การให้บริการมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ กทพ. จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
กทพ. จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และตามระยะเวลาที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด หรือภารกิจของ กทพ. กำหนด
ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ กทพ. จะพิจารณาระยะเวลาการเก็บรักษา ตามความจำเป็นของวัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูล ลักษณะของบริการ และระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับการก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็น กทพ. จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคล ได้ตามมาตรการและวิธีการที่เหมาะสม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือกฎหมายกำหนด ให้ต้องเก็บรักษา ข้อมูลดังกล่าวต่อไป
9. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
กทพ. จะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน การสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจาก อำนาจ หรือโดยมิชอบ
กทพ. จะทบทวนและปรับปรุงมาตรการดังกล่าวตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะ ของข้อมูล ความเสี่ยง เทคโนโลยี และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
10. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อยกเว้นตามกฎหมาย ผู้ใช้บริการมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน เช่น
10.1 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
10.2 สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
10.3 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
10.4 สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
10.5 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
10.6 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
10.7 สิทธิถอนความยินยอม ในกรณีที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาศัยความยินยอม
10.8 สิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ในกรณีที่เห็นว่าการดำเนินการเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
การใช้สิทธิดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ข้อจำกัด หรือข้อยกเว้นตามกฎหมาย
11. การถอนความยินยอม
ในกรณีที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาศัยความยินยอม ผู้ใช้บริการมีสิทธิถอนความยินยอม ได้ตามช่องทางที่ กทพ. กำหนด
การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการไปก่อนการถอนความยินยอม
หากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบริการที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้ กทพ. จะแจ้งผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากการถอนความยินยอมให้ผู้ใช้บริการทราบตามความเหมาะสม
12. การประมวลผลข้อมูลโดยระบบหรือบริการของบุคคลภายนอก
ระบบ EXAT อาจเชื่อมโยงกับระบบหรือบริการของบุคคลภายนอกเพื่อสนับสนุนการพิสูจน์และยืนยัน ตัวตน การชำระเงิน หรือการให้บริการอื่น
ในกรณีที่บุคคลภายนอกดังกล่าวเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหาก การประมวลผลข้อมูลของ บุคคลภายนอกนั้นจะเป็นไปตามประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดของผู้ให้บริการดังกล่าว
13. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
กทพ. อาจทบทวนหรือแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ของการให้บริการ การดำเนินงาน เทคโนโลยี กฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ กทพ. จะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านเว็บไซต์ ระบบ EXAT หรือช่องทางอื่น ตามความเหมาะสม
14. ข้อมูลผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางการติดต่อ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล: การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)
ที่อยู่: อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ.
เลขที่ 111 ถนนริมคลองบางกะปิ
แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์: EXAT Call Center 1543
